กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้:
https://ir.stou.ac.th/handle/123456789/12684
ระเบียนเมทาดาทาแบบเต็ม
ฟิลด์ DC | ค่า | ภาษา |
---|---|---|
dc.contributor.advisor | นิตยา เพ็ญศิรินภา | th_TH |
dc.contributor.author | เกศสุภา พลพงษ์, 2524- | th_TH |
dc.contributor.other | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ | th_TH |
dc.date.accessioned | 2024-08-17T02:55:43Z | - |
dc.date.available | 2024-08-17T02:55:43Z | - |
dc.date.issued | 2563 | - |
dc.identifier.uri | https://ir.stou.ac.th/handle/123456789/12684 | en_US |
dc.description.abstract | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาแหล่งข้อมูลด้านยาและความต้องการข้อมูลข่าวสารด้านยาของบุคลากรด้านสุขภาพโรงพยาบาลศรีสะเกษ ในด้านข้อมูลยา แนวทางการใช้ยาช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านยา (2) เปรียบเทียบความต้องการข้อมูลข่าวสารด้านยาระหว่างบุคลากรด้านสุขภาพที่มีปัจจัยส่วนบุคคลต่างกัน และ (3) ศึกษาปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านยาในโรงพยาบาลศรีสะเกษ ผลการศึกษาพบว่า (1) แหล่งข้อมูลด้านยาที่บุคลากรสุขภาพใช้บ่อยที่สุด ได้แก่ การโทรสอบถามเภสัชกรประจำห้องยา การสืบค้นด้วยตนเองจากอินเทอร์เน็ต และการสอบถามเพื่อนร่วมวิชาชีพ ตามลำดับ ข้อมูลข่าวสารด้านยาที่บุคลากรสุขภาพต้องการมากที่สุด คือ ข้อมูลการบริหารและผสมยา แนวทางการเฝ้าระวังการแพ้ยา และช่องทางที่ต้องการให้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านยามากที่สุดคือช่องทางโปรแกรมบริการของโรงพยาบาล (2) บุคลากรสุขภาพที่มีปัจจัยส่วนบุคคลในด้าน เพศ อายุ อาชีพ และระดับการศึกษาแตกต่างกันพบว่ามีความต้องการข้อมูลข่าวสารด้านยาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 และ (3) ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญ คือ เอกสารข้อมูลข่าวสารด้านยาสูญหายและไม่เป็นปัจจุบัน จึงเสนอแนะให้มีการปรับปรุงแนวทางการใช้ยาเดิมให้เป็นปัจจุบัน จัดทำแนวทางการใช้ยาอื่นๆ เพิ่มเติม และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านยาให้บุคลากรสืบค้นได้เอง | th_TH |
dc.format | application/pdf | en_US |
dc.language.iso | th | en_US |
dc.publisher | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | th_TH |
dc.rights | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | th_TH |
dc.rights | Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) | th_TH |
dc.rights.uri | https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ | en_US |
dc.source | Born digital | en_US |
dc.subject | เภสัชกรรม--บริการสารสนเทศ | th_TH |
dc.subject | การศึกษาอิสระ--บริหารโรงพยาบาล | th_TH |
dc.subject | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ--การศึกษาเฉพาะกรณี | th_TH |
dc.subject | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วิชาเอกบริหารโรงพยาบาล --การศึกษาเฉพาะกรณี | th_TH |
dc.title | ความต้องการข้อมูลข่าวสารด้านยาของบุคลากรสุขภาพ โรงพยาบาลศรีสะเกษ | th_TH |
dc.title.alternative | Needs for drug information of health personnel at Sisaket Hospital | en_US |
dc.type | Thesis | en_US |
dc.degree.name | สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต | th_TH |
dc.degree.level | ปริญญาโท | th_TH |
dc.degree.discipline | สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ | th_TH |
dc.degree.grantor | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | th_TH |
dc.description.abstractalternative | The objectives of this survey research were were: (1) to identify sources of, and needs for, drug information on drug use and drug info dissemination channels channels; (2 ) to compare the needs for drug information among health personnel with different personal factorsfactors; and (3) to describe problems, obstacles and recommendations for disseminating drug information, all among health personnel in Sisaket Hospital. The study i nvolved a sample of 263 people selected from all 801 health personnel at the Sisaket Hospital, using systematic random sampling. The respondents were doctors, dentists, pharmacists, registered nurses and pharmaceutical assistants. Data were collected using a questionnaire with the reliability values between 0.712 and 0.954. The statistics used for data analysis were mean, standard deviation, Man Man-Whitney U test and Kruskal Kruskal-Wallis test. The results showed that, for all respondents at Sisaket Hospital: (1) the most frequently used sources of drug info were phone calls to the pharmacists at the hospital’s pharmacy unit, followed by the Internet and consultations with other professional coll eagues; the most required types of drug info were drug administration, drug admixture and adverse drug reaction monitoring; and the drug info dissemination channel that should be mostly used was the hospital service program; (2) health personnel with diffe rent personal factors (gender, age, profession and educational level) had significantly different needs for drug information, (p p-value = 0.05); and (3) the main obstacles were missing and out out-of -date drug info info-sheets. Therefore, it is recommended that the existing drug guidelines should be updated, additional drug guidelines should be prepared, and such information should be made available for searches by themselves. | en_US |
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล: | Health-Independent study |
แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม | รายละเอียด | ขนาด | รูปแบบ | |
---|---|---|---|---|
FULLTEXT.pdf | เอกสารฉบับเต็ม | 12.48 MB | Adobe PDF | ดู/เปิด |
รายการนี้ได้รับอนุญาตภายใต้ Creative Commons License