Please use this identifier to cite or link to this item: https://ir.stou.ac.th/handle/123456789/8440
Title: ปัจจัยแรงจูงใจในการทำงานของพนักงานบริษัทเวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด
Other Titles: Motivation factors of employees at Western digital (Thailand) Co., Ltd
Authors: ธนชัย ยมจินดา
วิสูตร สังข์ฉิม, 2516-
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาวิทยาการจัดการ
Keywords: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาวิทยาการจัดการ--การศึกษาเฉพาะกรณี
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. แขนงวิชาบริหารธุรกิจ--การศึกษาเฉพาะกรณี
บริษัทเวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย)--พนักงาน
การจูงใจในการทำงาน
Issue Date: 2552
Publisher: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยแรงจูงใจในการทำงานของ พนักงาน บริษัท เวสเทิร์นดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด (2) เปรียบเทียบปัจจัยแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน บริษัท เวสเทิร์นดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด โดย จำแนกตาม เพศ อายุ รายได้ ระดับการศึกษา ระยะเวลาการทำงาน และ ระดับตำแหน่งงาน (3) เสนอแนะแนวทางการปฏิบัติงานของพนักงาน บริษัท เวสเทิรันดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการแข่งขันในโลกาภิวัฒน์ กลุ่มตัวอย่างการศึกษาวิจัยครั้งนี้ได้แก่พนักงานทุกระดับของ บริษัท เวสเทิร์นคิจิตอล(ประเทศไทย) จำกัด กำหนดที่ค่าความเชื่อมั่น 95% และมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 5% จำนวนประชากรที่ชุ่มตรวจสอบ 133 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม และ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละค่าเฉลี่ยค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าสถิติ และ การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One way ANOVA) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ผลการวิจัยพบว่า (1) ปัจจัยแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x = 3.59 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าด้านที่สูงอันดับแรกคือ ความมั่นคงในการทำงานและอันดับสุดท้ายคือ ความก้าวหน้าในการทำงาน (2) เปรียบเทียบปัจจัยแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน ด้านประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันมีแรงจูงใจในการทำงานไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (3) การปฏิบัติงานของพนักงานเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่ามีระดับแรงจูงใจ ปานกลางอยู่ 3 ด้าน คือ ความก้าวหน้าในการทำงาน เงินเดือนและสวัสดิการ การได้รับการยอมรับนับถือ เนื่องจากพนักงานมีระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 81.3 % แนวทางการปฏิบัติคือ พนักงาน ต้องศึกษาต่อให้มีความรู้ ความสามารถมากขึ้น และ บริษัทต้องให้การสนับสนุนบุคคลากรต่อไป
URI: https://ir.stou.ac.th/handle/123456789/8440
Appears in Collections:Manage-Independent study

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
119158.pdf2.68 MBAdobe PDFView/Open


This item is licensed under a Creative Commons License Creative Commons