Please use this identifier to cite or link to this item:
https://ir.stou.ac.th/handle/123456789/3907
Title: | พฤติกรรมการบริโภคยาแผนโบราณในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน |
Other Titles: | Thai traditional medicine consumption behavior of drug in the Upper Northern Region |
Authors: | เชาว์ โรจนแสง มัณฑนา ทรัพย์เจริญพันธุ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สำนักบัณฑิตศึกษา สุวีณา ตั่งโพธิสุวรรณ |
Keywords: | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาวิทยาการจัดการ--วิทยานิพนธ์ ยาแผนโบราณ พฤติกรรมผู้บริโภค--ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) |
Issue Date: | 2550 |
Publisher: | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช |
Abstract: | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อการบริโภคยาแผนโบราณ (2) ศึกษาปัจจัยส่วนประสมการตลาดที่มีต่อพฤติกรรมการบริโภคยาแผนโบราณ และ (3) ศึกษาเกี่ยวกับทัศนคติในการบริโภคยาแผนโบราณของผู้บริโภคที่มีวางขายในร้านขายยา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ประชาชนที่มีอายุ 20-60 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจำนวน 400 คน ใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าร้อยถะ, ค่าเฉลย, t-test, one way anova, chi-square ผลการวิจัยพบว่า (1) เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลพบว่า แหล่งที่ได้รับคำแนะนำให้ใช้ยาครั้งแรก และการเลือกใช้ยาแผนปัจจุบัน หริอยาแผนโบราณ หากยาทั้ง 2 ชนิดใช้รักษาโรคได้ดีพอๆ กัน ไม่มีความสัมพันธ์กับปัจจัยส่วนบุคคล (2) ความคิดเห็นที่มีต่อส่วนประสมทางการตลาดยาพบว่าโดยรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับไม่แน่ใจ การเปรียบเทียนความคิดเห็นที่มีต่อส่วนประสมทางการตลาด จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลได้ดังนี้ เพศ โดยรวมแล้วพบว่าไม่มีความแตกต่างกัน อายุพบว่า ด้านผลิตภัณฑ์ราคาช่องทางการจัดจำหน่ายไม่แตกต่างกันส่วนด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกันตามระดับอายุ จำแนกตามอาชีพพบว่า ความคิดเห็นที่มีต่อด้านผลิตภัณฑ์และด้านช่องทางการจัดจำหน่ายไม่แตกต่างกัน ส่วนด้านราคา และการส่งเสริมการตลาดมีความคิดเห็นแตกต่างกัน จำแนกตามรายได้ศาสนา และระดับวุฒิการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นที่มีต่อส่วนประสมทางการตลาดยาแผนโบราณไม่แตกต่างกัน (3) ข้อมูลทางด้านทัศนคติทื่มีต่อยาแผนโบราณมีดังนี้ด้านความหลากหลายของยาแผนโบราณในท้องตลาด ด้านความเชื่อมั่นในสรรพคุณทางยา ด้านรสชาติ รูปแบบของยา ต้านความสะดวกในการหาขึ้อยา และต้านความเหมาะสมของราคายา มีความคิดเห็นอยู่ในระดับไม่แน่ใจทั้งหมด เปรียบเทียบทัศนคติ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลพบว่าอายุ เพศ ศาสนา อาชีพระดับรายได้ และ ระด้บวุฒิการศึกษาที่แตกต่างกันทัศนคติต่อยาแผนโบราณไม่แตกต่างกัน ในคำถามปลายเปิด ความคิดเห็นที่มีต่อ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณให้เป็นที่นิยมพบว่าด้านสรรพคุณยาแผนโบราณต้องระบุสรรพคุณให้ชัดเจนด้านรูปแบบยาแผนโบราณควรเป็นแคปซูล ด้านการบรรจุหีบห่อยาแผนโบราณควรบรรจุให้มิดชิดและสวยงาม ด้านราคายาเหมาะสมแล้ว ช่องทางการจัดจำหน่ายยาควรมีในร้านขายยาทั้วใปด้านการส่งเสริมการตลาดควรโฆษณามากขึ้น ด้านความคิดเห็นที่มีต่อข้อบกพร่องของยาแผนโบราณมีดังนี้ด้านสรรพคุณควรปรับปรุง ด้านรูปแบบควรเป็นแคปซูลเม็ด ด้านการบรรจุหีบห่อให้ทันสมัยมากขึ้น ด้านราคาเหมาะสมดีแล้ว ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายควรขยายให้มากขึ้น ด้านการส่งเสริมการตลาดมีน้อยเกินไป การเปรียบเทียบความแตกต่างของงานวิจัยครั้งนี้มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
URI: | https://ir.stou.ac.th/handle/123456789/3907 |
Appears in Collections: | Manage-Theses |
Files in This Item:
File | Description | Size | Format | |
---|---|---|---|---|
102054.pdf | เอกสารฉบับเต็ม | 10.97 MB | Adobe PDF | View/Open |
This item is licensed under a Creative Commons License