กรุณาใช้ตัวระบุนี้เพื่ออ้างอิงหรือเชื่อมต่อรายการนี้: https://ir.stou.ac.th/handle/123456789/13334
ชื่อเรื่อง: ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการบริการสาธารณะแนวใหม่กับประสิทธิผลการนำนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปปฏิบัติ : ศึกษากรณีอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ชื่อเรื่องอื่นๆ: Relationship between the new public service factors and the effectiveness of woman empowerment fund policy implementation: a case study of Mueang Mae Hong Son District, Mae Hong Son Province
ผู้แต่ง/ผู้ร่วมงาน: นพพล อัคฮาด
ณัฐภัทร เอี่ยมกระสินธ์
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.สาขาวิชาวิทยาการจัดการ
คำสำคัญ: การจัดบริการสาธารณะแนวใหม่  ประสิทธิผลการนำนโยบายไปปฏิบัติ  กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.สาขาวิชาวิทยาการจัดการ--การศึกษาเฉพาะกรณี
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.แขนงวิชารัฐประศาสนศาสตร์--การศึกษาเฉพาะกรณี
การศึกษาเฉพาะกรณี--รัฐประศาสนศาสตร์
วันที่เผยแพร่: 2566
สำนักพิมพ์: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
บทคัดย่อ: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับประสิทธิผลการนำนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปสู่การปฏิบัติ (2) ระดับการจัดบริการสาธารณะแนวใหม่ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี (3) การเปรียบเทียบระดับประสิทธิผลของการนำนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปปฏิบัติกับ ปัจจัยส่วนบุคคล และ (4) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการบริการสาธารณะแนวใหม่กับประสิทธิผลของการนำนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปปฏิบัติของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอนการศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรคือหัวหน้าทีมขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบล/เทศบาลและคณะกรรมการทีมขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบล/เทศบาล ทั้ง 7 ตำบล สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน รวมจำนวน 1,350 คน โดยการกำหนดสัดส่วนของกลุ่มตัวอย่าง ด้วยค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 95 โดยใช้สูตรทาโร่ ยามาเน่ ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดอย่างน้อย 309 คนสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการแบบกลุ่มเครื่องมือในการศึกษาคือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยด้วยวิธีแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าเฉลี่ย สถิติทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า (1) ระดับความคิดเห็นกับประสิทธิผลของการนำนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปปฏิบัติของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยภาพรวมอยู่ระดับมาก (2) ระดับการจัดบริการสาธารณะแนวใหม่ในการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ภาพรวมอยู่ระดับมาก (3) เปรียบเทียบระดับประสิทธิผลของการนำนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปปฏิบัติของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนกับปัจจัยส่วนบุคคล พบว่าปัจจัยด้านอายุ ระดับการศึกษา รายได้ แตกต่างกันมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน ส่วนปัจจัยด้านสถานภาพการสมรส อาชีพ และ ระยะเวลาการเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อประสิทธิผลของการนำนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปปฏิบัติของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แตกต่างกัน และ (4) มีความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการ บริการสาธารณะแนวใหม่กับประสิทธิผลของการนำนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปปฏิบัติของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ในเชิงบวกในระดับสูงมาก (ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ .878) โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05.
URI: https://ir.stou.ac.th/handle/123456789/13334
ปรากฏในกลุ่มข้อมูล:Manage-Independent study

แฟ้มในรายการข้อมูลนี้:
แฟ้ม รายละเอียด ขนาดรูปแบบ 
2643003680.pdf1.37 MBAdobe PDFดู/เปิด


รายการทั้งหมดในระบบคิดีได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ มีการสงวนสิทธิ์เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นอื่น